Slider[Style1]

เรียนคุณลูกค้าทุกท่าน



เชียงรายแลนด์.ขอแจ้งรายละเอียดการทำงาน และบริการของเราใหม่.

 เนื่องด้วยทางเราจะปรับเปลี่ยนการทำงานของเราไปเป็นผู้ลงทุนซื้อมา-ขายไป 
ด้วยสินทรัพย์ของเราเอง และด้านสินเชื่อทั้งจ.เชียงราย-จ.อื่นๆ.
ดังนั้น ทางเราจึงขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ต่อจากนี้หากท่านยังยินดีจะใช้บริการ ของเราในการขายทางเราจะยังโฆษณา ทรัพย์สินต่างๆควบคู่กันไปกับของทางเรา..
แต่การขายทรัพย์สินของท่านนั้นจะไม่ผ่าน(นายหน้า) ทางเรา การติดต่อซื้อ-ขายจะไปยังท่านโดยตรงผ่านเบอร์โทรของท่านเอง.
ทางเรามีหน้าที่การโฆษณา ประกาศขายเท่านั้น
 เราจึงเสนอแนะตามข้อความด้านบนว่า
จากนี้ไป เบอร์โทรการติดต่อซื้อ-ขายจะเป็นเบอร์ของท่านเอง เพื่อให้ท่านตกลงการขายกับลูกค้าเอง มิใช่ทางเราแล้ว.ซึ่งทางเรามีผู้ดูแลการตลาดทางเวปให้เหมือนเดิม.
โดยมีค่าบริการ 500.บาทต่อเดือน ฝากขายอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป
ในการฝากเราขาย.หากท่านขายใด้ ท่านไม่ต้องจ่ายนายหน้ากับทางเรา.เพียงแจ้งกลับมาที่เรา ทางเราจะปิดการขายในสื่อต่างๆเอง

ขอบคุณทุกๆท่าน..

Style2

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5

Style6


เข้าสู่การประชุมนัดที่ 2 ของคณะกรรมการร่วมขับเคลื่อน "รถไฟไทย-จีน" เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และแก่งคอย-กรุงเทพฯ ที่รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน เซ็น MOU ร่วมกันพัฒนา 873 กม. ความเร็ว 160-180 กม./ชม.

ครั้งนี้หารือกันที่ "ปักกิ่ง" โดย "จีน" เป็นเจ้าภาพประชุม 11-13 ก.พ.2558 ถัดจากนี้ "รูปแบบลงทุนและวงเงินกู้" น่าจะชัดขึ้น 

เปิด 2 โมเดลลงทุน 

การเจรจาจะอยู่ภายใต้กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท มีการลงทุน 2 รูปแบบ ที่ "ไทย" จะเจรจากับ "จีน" โดย "รูปแบบที่ 1" EPC+F+O ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าของโครงการ แบ่งเป็น 2 ช่วงดำเนินการ 

คือ ช่วงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลไทยรับผิดชอบการก่อสร้าง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) หรือกรมราง โดยจีนเป็นผู้ออกแบบ จัดหาระบบและก่อสร้างให้ ส่วนเงินลงทุนจะเจรจาจีนให้ลดดอกเบี้ยแบบพิเศษอาจจะเหลือ 2% เพิ่มระยะเวลาปลอดหนี้และขยายเวลาการชำระคืนให้ยาวขึ้น เช่น 30-40 ปี หลังจีนมีข้อเสนอให้กู้ดอกเบี้ย 2-4% ปลอดหนี้ 4 ปี และชำระคืน 20 ปี 

ขณะที่ "การเดินรถ" ให้จีนเป็นพี่เลี้ยง 3-5 ปีแรก ถ่ายทอดระบบเทคโนโลยี จากนั้นการเปิดบริการจะเป็นรูปแบบร่วมทุน (จอยต์เวนเจอร์) ตั้งบริษัทไทย-จีนเป็นรัฐวิสาหกิจร่วมกัน ตามสัดส่วนที่ตกลง เช่น ไทย 51% จีน 49% เพื่อให้บริการเดินรถ และนำรายได้จากพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีที่ให้เอกชนพัฒนามาชำระหนี้ 

ส่วน "รูปแบบที่ 2" จัดตั้ง SPV ไทย-จีน (นิติบุคคลเฉพาะกิจ) ร่วมกันในสัดส่วนไทย 51% และจีน 49% มาดำเนินการทั้งโครงสร้างพื้นฐานและให้บริการเดินรถ โดยช่วงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน "ไทย" จะเป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องเป็นทุน ส่วน "SPV" จะออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนจากจีน ขณะที่ช่วงให้บริการ "SPV" เป็นผู้ดำเนินการ และออกอินฟราฟันด์ หากมีรายได้ไม่เพียงพอ และอาจจะแปลงหุ้นกู้เป็นทุนของฝ่ายจีนใน SPV 



ข้อดี-ข้อเสียแต่ละรูปแบบ 

ทั้งนี้เมื่อดู"ข้อดี-ข้อเสีย" ของ 2 รูปแบบการลงทุน (ดูตาราง) ด้วยข้อตกลง MOU ที่เป็นรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) และเดดไลน์ที่ "บิ๊กจิน"จะให้เริ่มเฟสแรก "กรุงเทพฯ-แก่งคอย-มาบตาพุด" ในปีนี้ ก็เป็นไปได้สูง"รูปแบบ EPC+F+O"จะเป็นทางเลือกดีที่สุด 

"รูปแบบลงทุนเป็น EPC แน่ แต่สิ่งที่มาพิจารณากันต่อคือ ดอกเบี้ยที่ให้จีนปรับลดอีก เพราะเป็นอัตราดอกบี้ยที่ต่ำกว่าที่จีนเคยปล่อยกู้ จีนต้องขออนุมัติจากรัฐบาลด้วย หากไม่ได้ตามเป้าอาจจะกู้ไม่เต็มทั้งโครงการ กู้แค่บางส่วนระยะแรกอาจจะ 20-30% ของวงเงินลงทุน ที่เหลือกู้ในประเทศ หรือแหล่งอื่นที่ดอกเบี้ยถูกกว่า หลังประชุมครั้งนี้น่าจะชัดขึ้น" แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ"

"ไทยต้องกู้เงินจีน อยู่ที่ว่าจะกู้มากหรือน้อย เพื่อให้เป็นตามข้อตกลง MOU และโครงการนี้เป็นจีทูจี จีนต้องทำ EPC คือ ออกแบบ จัดหาระบบและก่อสร้าง โดยคัดเลือกบริษัทจีนมา 5 ราย ร่วมกับบริษัทไทยก็มีหลายรูปแบบอยู่ที่ความเชี่ยวชาญ เช่น โครงสร้างพื้นฐานจะให้รับเหมาไทยดำเนินการ งานระบบรถและควบคุมเดินรถให้จีนเป็นผู้ดำเนินการหลัก" แหล่งข่าวกล่าวย้ำ

เร่งตอกเข็มให้ทันปีนี้

ว่ากันว่า ประเด็น "ดอกเบี้ย" กำลังเป็นที่หนักใจ "บิ๊กจิน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" เจ้ากระทรวง หากท้ายสุด "จีน" ไม่มีอัตราพิเศษให้อย่างที่รับปาก อาจกระทบชิ่งแผนงานก่อสร้างเฟสแรกขยับไป 1 เดือน จากเดิมตั้งเป้าตอกเข็ม ก.ย.เป็น ต.ค.นี้ และเฟส 2 "แก่งคอย-โคราช-หนองคาย" ขยับจาก ธ.ค.เป็น ม.ค. 2559 

แต่ให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบเวลาที่ตั้งไว้ การประชุมครั้งนี้ "บิ๊กจิน" จึงหมายมั่นจะได้ข้อสรุปสุดท้ายทั้งรูปแบบลงทุนและบริษัทจะมาร่วมออกแบบรายละเอียดและก่อสร้าง เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไป 

ในเดือนมี.ค.นี้จะสำรวจพื้นที่และออกแบบรายละเอียดให้เสร็จ 6 เดือน โดยใช้ฐานข้อมูลผลศึกษาของจีนเมื่อปี 2553 ที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้เกิน 50% มาต่อยอดโครงการ ผสมผสานกับใช้เทคโนโลยีทันสมัยจีนมาสำรวจพื้นที่ ยิ่งจะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น และสร้างเสร็จใน 2 ปีครึ่ง 

สภาพัฒน์สแกนยิบ

ต้องลุ้น "บิ๊กจิน" จะดันโครงการให้ฟันฝ่าปัญหาไปได้ไกลแค่ไหน เพราะยังต้องฝ่าด่าน "ครม.-สนช." และทำผลศึกษาความเหมาะสมโครงการและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) อีก 

ถึงจะมีแบบ "ไฮสปีดเทรน" เดิม ก็ต้องทบทวนใหม่ทั้งความเร็วและเงินลงทุน ซึ่งประเด็นนี้ถกกันมากที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณารูปแบบการลงทุน มี "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" เป็นประธาน 

โดยสภาพัฒน์ฯมองว่าเป็นคนละโครงการกัน ต้องมาว่ากันใหม่ ดังนั้นเดดไลน์ก.ย.จะตอกเข็ม ว่ากันว่าเป็นไปได้ยากแต่ถ้า "บิ๊กจิน" รุกหนักก็มีสิทธิ์ลุ้นคิกออฟ

About Michael zhong

บริการ ฝากชื้อ ฝากขาย บ้าน ที่ดิน คอนโด ทาวน์เฮาส์ รีสอร์ท หอพัก อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท
«
Next
บทความใหม่กว่า
»
Previous
บทความที่เก่ากว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

Post a Comment