รถไฟรางคู่ เด่นชัย - เชียงราย


             ทำเลทองแนวรถไฟเด่นชัย-เชียงของ    ( 23 ตุลาคม 2557 )

ทางรถไฟอาเซียน เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เปิดทำเลทองที่ดิน 5 สถานีหลัก "เด่นชัย /สูงเม่น/แพร่/เชียงราย/เชียงของ" เผยจุดพลุราคาที่ดินพุ่งเท่าตัว เชียงของนำโด่งสูงสุดไร่ละ 20 ล้าน ชี้กลุ่มทุนจีน แลนด์ลอร์ดแถวหน้าเมืองไทย เบียร์ช้าง ซีพี ล้วนมีชื่อตุนที่ดินไว้ในมือ  ด้านสนข.โยกงบเร่งศึกษาใหม่ งานนี้มีที่ดินโดนแจ๊กพอตถูกเวนคืนกว่า 6,000 แปลง คาดปี 2559 เปิดประมูล เปิดเดินรถอย่างเร็วปี 2563 อย่างช้าปี 2564

          จากนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงประตูการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับการ"เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" หรือเออีซีปลายปี 2558  พร้อมทั้งมอบสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 8 ปี 2558-2565 โดยหนึ่งในนั้นที่ต้องเริ่มดำเนินการทันที คือโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ขนาด 1.435 เมตร สแตน ดาร์ดเกต "สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ" เชื่อมกับประเทศสปป.ลาว-จีนที่ทำรางระบบ 1.435 เมตรรองรับไว้แล้ว เพื่อการขนส่งและการค้าชายแดนร่วมกันในอนาคต


          เร่งศึกษารถไฟอาเซียน

          ต่อเรื่องนี้นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการ สนข. เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า สนข.โยกงบ 49 ล้านบาทเพิ่มเติมจากเดิมที่จัดสรรงบศึกษารถไฟทางคู่ สายเหนือ เด่นชัย-เชียงรายเชียงของ วงเงิน 119 ล้านบาท และสายอีสาน นครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 199 ล้านบาท ทั้งนี้จะนำมาศึกษาใหม่ทั้งหมดในปีงบประมาณ 2558 เนื่องจากตามนโยบายเดิมของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา กำหนดให้เป็นรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะต้องมาปรับเปลี่ยนใหม่เป็นรถไฟทางคู่สแตนดาร์ดเกตขนาดราง 1.435 เมตร เพื่อรองรับการส่งสินค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะสปป.ลาวและจีนที่ทำรางขนาด 1.435 เมตร รองรับอยู่แล้วโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เดิม การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ศึกษาขนาดรางไว้ 1 เมตร แต่เมื่อจะปรับเป็นรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ก็ต้องนำมาศึกษาใหม่ เพราะจะต้องคำนึงถึงการรับส่งขนคนและสินค้ารวมถึงความเร็ว ซึ่งรางขนาด 1.435 เมตร ต้องใช้ความเร็ว 160-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากรางปกติขนสินค้า 40 กิโล เมตรต่อชั่วโมง และขนคน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

          ทั้งนี้การศึกษาใหม่ ก็จะนำผลการศึกษาเดิมของร.ฟ.ท.มาพิจารณาด้วย โดยจะศึกษาทั้งระบบจากจุดเริ่มต้นของกรุงเทพมหานครไปยังปลายทาง โดยเฉพาะรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงรายเชียงของ ที่เป็นเส้นทางใหม่ตลอดสายทางจะต้องมีการเวนคืน โดยเฉพาะทางโค้งที่ต้องเวนคืนในปริมาณกว้าง ขณะเดียวกัน ตัวสถานีที่ร.ฟ.ท.เคยกำหนดไว้จะนำมาพิจารณาว่า หากมีการปรับเพิ่มความเร็ว จะมีการยุบรวมสถานีหรือใช้สถานีร่วมหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผลการศึกษา และหลักๆจะใช้แนวเดิมของร.ฟ.ท.ที่ศึกษาไว้ คาดว่าการศึกษาจะใช้เวลา 1 ปีเศษ หากโครงการผ่านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ คาดว่าปี 2559 จะเปิดประมูลได้ และอย่างเร็วปี 2563 อย่างช้าต้นปี 2564 จะเปิดใช้เส้นทางได้

          6000แปลงเซ่นเวนคืน

          แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟสายเด่นชัยเชียงราย-เชียงของ ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เป็นเส้นทางใหม่ทั้งหมด จึงต้องมีการเวนคืน จากผลการศึกษาของร.ฟ.ท.ซึ่งการสำรวจพบว่ามีกว่า 6,000 แปลง และ 5% เป็นสิ่งปลูกสร้าง ที่จะได้รับผลกระทบจากการเวนคืน เพราะที่ดินไม่ใช่ที่ของการรถไฟฯ ขณะที่ความกว้างของเขตทางที่จะเวนคืนที่ดินกว้างสุดจะเป็นตัวสถานี ขนาดรัศมี 160 เมตร และขนาดรางทั้ง 2 ฝั่งที่จะสร้างเป็นทางคู่ จะมีขนาด 80 เมตร คือ กว้างข้างละ 40 เมตร  ประเมินว่า ขนาดพื้นที่เวนคืน 160 เมตรตัวสถานี และ 80 เมตรขนาดราง จะเพียงพอกับการรองรับการปรับขนาดรางจากปกติ 1 เมตรเป็นขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร ซึ่งร.ฟ.ท.ได้เวนคืนเผื่อไปรองรับอยู่แล้ว

          "แต่มีบางช่วง คือ ช่วงพะเยาเข้าเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาและเขตอุทยาน จึงต้องเจาะอุโมงค์ลอดเขตอุทยานความยาว 5 กิโลเมตร  สำหรับพื้นที่ที่จะเวนคืนส่วนใหญ่จะเน้นพื้นที่เกษตรกรรม และพยายามเลี่ยงพื้นที่ชุมชนบ้านเรือนประชาชนให้มากที่สุด  ขณะเดียวกันค่าก่อสร้างสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ หากปรับจากรางปกติเป็น 1.435 เมตร น่าจะอยู่ที่กว่า 1 แสนล้านบาท จากเดิมกว่า 7 หมื่นล้านบาท"

          เปิด 5 ทำเลทองใหม่

          แหล่งข่าวจากร.ฟ.ท. กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว นอกจากจะช่วยในเรื่องของการขนคนในปริมาณมากและการขนส่งสินค้าเพื่อส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านรับเออีซีแล้ว ยังเป็นลักษณะทำให้เกิดทำเลทองทางการค้าการลงทุนใหม่ในอนาคต  5 สถานีที่มีศักยภาพ จากจำนวน 26 สถานีที่กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณต้นทางและปลายทาง ได้แก่ สถานีเด่นชัย  สถานีสูงเม่น สถานีแพร่  สถานีเชียงราย และสถานีเชียงของ ซึ่งจะเป็นสถานีหลัก ขณะที่สถานีอื่นเป็นสถานีย่อยและเป็นเขตอุทยานฯ ผ่านภูเขาต่างๆ แถมมีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิสูง ส่งผลให้ 5 สถานีดังกล่าวจึงกลายเป็นทำเลทองทางการค้าการลงทุนเกิดขึ้น เพราะเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายคน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า โลจิสติกส์  ซึ่งประเมินว่ามีนักลงทุนและนักเก็งกำไรเข้าไปซื้อที่ดินในรัศมีรอบๆ เก็บไว้ เพราะโครงการนี้มีการสำรวจพื้นที่กำหนดขอบเขตการก่อสร้างและเวนคืนมาระยะหนึ่งแล้ว

          สำหรับกรณีที่สนข.ปรับขนาดความเร็วเป็น 160-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิม 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร จากเดิม 1 เมตรนั้น มองว่า 5 สถานี ไม่น่าจะถูกยุบรวมกัน เนื่องจาก ร.ฟ.ท.กำหนดเป็นสถานีหลัก แต่สถานีย่อย อาจจะมีการยุบรวมกันบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับสนข.และผลการศึกษาว่าจะออกมาเป็นอย่างไร (ดูแผนที่ แนวสายทาง และ 5 สถานีทำเลทอง)


          ทุนจีน-แลนด์ลอร์ดปักธง

          นายธนิสร กระ มพร ประธานชมรมพ่อค้าอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และในฐานะรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มนักลงทุนจีน ด้านอสังหา ริมทรัพย์และโลจิสติกส์ ให้ความสนใจเข้ามาซื้อที่ดินร่วมลงทุนกับนักลงทุนไทยคือ นายนิวัฒน์ ที่ปรึกษา ประธานกรรมการบริษัท นาวาครัสตรอมเซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ในพื้นที่ ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท เจ๊ฟง อินเตอร์เนชั่นแนลโลจิสติกส์ การ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ โดยซื้อที่ดินจำนวน 500 ไร่ บริเวณฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟเชียงของ ที่ตั้งอยู่ข้างด่านตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หรือหากหันหน้าเข้าด่านแปลงที่ดินจะอยู่ด้านขวามือและห่างจากด่านประมาณ 500 เมตร

          ทั้งนี้เพื่อรับการเปิดเออีซีและระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่จะมาลงที่เชียงของโดยเฉพาะรถไฟทางคู่ หลังจากมีแผนจากร.ฟ.ท.และท้องถิ่นที่ผลักดันมานาน

          "รูปแบบการพัฒนาจะมีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรมระดับ 5 ดาว พื้นที่จัดแสดงสินค้า คลับเฮาส์ เขตสินค้าทัณฑ์บน โลจิสติกส์พาร์ก รวมทั้งที่อยู่อาศัยอาคารพาณิชย์ มูลค่า 6,480 ล้านบาท นอกจากนี้รายเก่าก็จะมีบริษัท เชียงของเมืองใหม่ จำกัด ที่พัฒนาอาคารพาณิชย์และพื้นที่ค้าขายสินค้าบริเวณด่านซึ่งปัจจุบันก่อสร้างและขายเฟสแรกไปแล้ว รวมทั้ง "ค่ายซีพี" ที่อยู่ระหว่างตอกเสาเข็มก่อสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาวริมแม่น้ำโขง" นายธนิสร กล่าวและว่า

          นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราชศรีบุรินทร์ เชียงราย ซื้อที่ดิน 4 ไร่ เตรียมขึ้นโรงพยาบาล หน้าเทศบาลเวียงเชียงของ ขณะเดียวกันโรงแรมต่างๆก็ปรับและขยายพื้นที่เพื่อรองรับการเปิดเออีซีดังกล่าวด้วย อาทิ โรงแรมเชียงของทีคการ์เด้น สร้างอาคารที่พักใหม่จำนวน 70 ห้อง ห้องประชุมอีก 200 ที่นั่ง บริเวณคูเมือง และโรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์ได้ปรับปรุงโรงแรมใหม่เช่นกัน

          เชียงของ 20 ล.-เชียงรายพุ่ง

          สอดคล้องกับนายตระสัก ศรีพิพรรณ์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ที่ดินที่เชียงของ ห่างจากด่านประมาณ 2 กิโลเมตรติดถนนเชียงของ-เชียงราย ราคาสูงสุดไร่ละ 20 ล้านบาท ซึ่งมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ หลังจากมี"สะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาวแห่งที่ 4" ซึ่งราคาถูกปั่นจนเกินจริงและจับต้องไม่ได้ สำหรับแนวโน้มราคาที่ดินที่เชียงของหากมีรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ แนวโน้มอาจขยับขึ้นอีก 20% เนื่องจากราคาขยับโตแบบก้าวกระโดดสูงชนเพดานแล้ว จากราคาหลัก 10,000 บาทต่อไร่ เป็น 7-8 ล้านบาทต่อไร่ บริเวณด่านทั้งที่เป็นที่ดินส.ป.ก. และไร่ละ 10 ล้านบาท บริเวณที่มีโฉนด


          "รถไฟทางคู่จะผ่านมายังเชียง ราย "มีสถานีใหญ่อยู่ที่อำเภอเวียงชัย" จะเยื้องๆ กับที่ว่าการอำเภอเวียงชัย เลยแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งราย 12 กิโลเมตร ขณะที่ราคาที่ดินบริเวณรอบๆ ได้มีนายทุนจับจองพื้นที่เต็มหมดแล้วโดยเฉพาะ "ค่ายเบียร์ช้าง" รวมถึงยังได้รวม"ที่ดินที่แม่สาย เชียงแสนหลายหมื่นไร่ "อย่างไรก็ดี"ราคาที่ดินที่ อำเภอเวียงชัยราคาตกไร่ละ 4-5 ล้านบาท" หากรถไฟทางคู่มีแผนก่อสร้างชัดเจน ราคาก็จะขยับขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 8-10 ล้านบาทต่อไร่"

          แพร่รับไข่ดาวท้องถิ่นเก็งกำไร

          ขณะที่นายกิจชัย กิจภิญโญ ประธานหอการค้าจังหวัดแพร่  กล่าวว่า หากรถไฟทางคู่เกิดจริงจะทำให้แพร่กลายเป็นฮับไข่ดาว ที่อยู่กลางด่านทั้ง 7 ด่าน คือ ด่านบูดู่ ด่านห้วยโกร๋น ด่าน บ้านฮวก  ด่านเชียงของ ด่านห้วยทราย ด่านเชียงแสน และด่านต้นผึ้ง ทั้งนี้ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิของจังหวัดแพร่มีเพียง 20% ซึ่งน้อยมาก นอกนั้นจะเป็นภูเขาและเขตป่าทำให้ที่ดินตกอยู่ในมือนายทุนใหญ่ในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 10 ราย โดยเฉพาะทำเลรอบๆ รัศมี สถานีรถไฟทางคู่ซึ่งเขาทราบมานานแล้วว่าจะเกิดขึ้น

          อย่างไรก็ดีราคาที่ดินช่วงเขตอำเภอเด่นชัย สูงเม่นและแพร่ บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 เมื่อ 4-5 ปีก่อนราคาไร่ละ 1-2 ล้านบาท ปัจจุบันราคา 4-5 ล้านบาท และหากทิ้งไว้ 3-5 ปีราคาขยับขึ้นเท่าตัวโดยเฉพาะรองรับรถไฟทางคู่ซึ่งเขารอมานาน และเมื่อไม่นานมานี้มีนักลงทุนจีนทั้งอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสุราพื้นบ้านได้เข้ามาดูที่ดินที่แพร่ จำนวน 4-5 ราย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น