ชี้อสังหาฯปี58 โตทรงตัว "แบ็กล็อก 59" น่าห่วง



ชี้อสังหาฯปี58 โตทรงตัว ระบุ ‘กินบุญเก่า’ดีไม่สุด/‘แบ็กล็อก 59’ น่าห่วง


นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 ว่า ตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว รวมทั้งต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุน เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศไทยก็อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้คือ 3.5-4%
"ที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงการต่างๆไม่ว่าจะเป็น โครงการบริหารจัดการน้ำ , การก่อสร้าง-ขยายถนน , โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ฯลฯ มีความล่าช้า ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ช้าลง จะมีก็เพียงแต่ภาคเอกชนเท่านั้นที่เดินหน้า แต่ด้วยความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนแวดล้อมตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน ทำให้ไม่ว่าภาคเอกชนจะเดินหน้าเพียงใดก็ไม่อาจทำให้ตลาดกลับมาคึกคักเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา"
ส่วนนายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2558 ตลาดอสังหาฯยังต้องเผชิญปัญหาหลัก ต้นทุนราคาที่ดินแพง และหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งเป็นสิ่งบั่นทอนกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยก็ยังมีการเติบโต แต่อาจไม่สูงนัก
สำหรับนักวิเคราะห์อสังหาฯ นางสาวเติมพร ตันติวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตามปกติตลาดอสังหาริมทรัพย์จะคึกคักในช่วงต้นปีหรือต้นไตรมาส 1 เนื่องจากอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยยังคงต่อเนื่องมาจากปลายปี กับช่วงปลายไตรมาส 3 เป็นต้นไป แต่เมื่อดูจากยอดการเปิดตัวโครงการใหม่หรือยอดขายในปัจจุบัน กลับพบว่าไม่คึกคักอย่างที่คาดการณ์ ผลพวงจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว

ดังนั้น อาจส่งผลกระทบต่อแบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) ปี 2558 ซึ่งเป็นสินค้าที่พัฒนาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริษัทมหาชนรายใหญ่ในตลาดที่มีรวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากแบ็กล็อกไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ คือไม่สามารถโอนได้ก็จะส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในปี 2558 และอาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงอัตรากำไรในปี 2559 ที่อาจลดลง

เนื่องจากปัจจุบันยอดแบ็กล็อกที่จะรอรับรู้รายได้ของบริษัทรายใหญ่ในตลาดของปี 2559 อยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่ถือว่าไม่ปลอดภัยต่ออัตรากำไรที่ควรจะมียอดแบ็กล็อกอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท ยกเว้นเสียแต่ว่าจะไม่สามารถโอนได้ทันในปี 2558 จึงต้องยกไปเป็นยอดรับรู้รายได้ในปี 2559 แทน

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2558 จะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10% โดยยอดขายใหม่จะมีอัตราการเติบโตที่ไม่มาก เนื่องจากสินค้าที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่เป็นแนวราบ ในขณะที่คอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ในปีนี้ลดลง เพราะรับรู้รายได้ช้ากว่าสินค้าในกลุ่มแนวราบ

"การที่ยอดขายใหม่ในปี 2558 ไม่เติบโต อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องของการรับรู้รายได้ในปี 2559 เนื่องจากในปีนี้ตลาดยังคงประสบปัญหาในเรื่องหนี้สินภาคครัวเรือน จนส่งผลให้ในปีที่ผ่านมามียอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันเพิ่มสูงขึ้น ในขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็มีการยกเลิกการจองหรือทิ้งดาวน์เช่นกัน เนื่องจากไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจ แต่จากการสำรวจล่าสุด พบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อไม่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้ประกอบการมีการเพิ่มเงินดาวน์ และทำพรีแอปพรูฟเช็กสถานะการเงินลูกค้าก่อนทำสัญญาซื้อขายหรือก่อนโอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูในระยะยาวต่อไป"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,027  วันที่  15 - 18  กุมถาพันธ์  พ.ศ. 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น